หัวหน้าเภสัช จะทำงานกับคนรุ่นใหม่อย่างไร?

พัฒนางาน

คนรุ่นใหม่ต้องการพื้นที่ของตัวเอง ได้รับอำนาจในการตัดสินใจ และได้สร้างคุณค่าจากงานที่ทำ | การกำหนดบทบาท (Role) และพื้นที่ในการทำงาน (Spaces) จึงเป็นเรื่องสำคัญ | Loop organization แบ่งพื้นที่ในการทำงานร่วมกันเป็น 4 แบบ ได้แก่ Operational Space, Governance Space, Individual space และ Tribe space โดยพื้นที่การทำงานแต่ละแบบมีวัตถุประสงค์และประโยชน์ที่แตกต่างกัน คนเป็นหัวหน้าควรหันกลับมามองว่าเรากำลังละเลยพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไปอยู่หรือไม่ ?

28 มกราคม 2563 06:09:55 น.

รูปแบบในการทำงานร่วมกันมีหลากหลายรูปแบบ ปัจจุบันโลกเคลื่อนไว คนรุ่นใหม่ๆ เริ่มก้าวขยับขึ้นมาทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น หลายๆครั้งที่เภสัชอย่างเราได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้างาน บางครั้งก็อาจจะรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะทำอย่างไรดีที่จะทำให้คนทำงานรู้สึกมีความสุขและทำงานสนุก


การทำงานกับคนรุ่นใหม่บางทีอาจจะรู้สึกว่าเข้าใจได้ยาก สิ่งสำคัญในปัจจุบันที่คนทำงานรุ่นใหม่ ๆ ให้ความสำคัญ คือ การได้มีพื้นที่เป็นของตัวเอง มีอำนาจในการตัดสินใจ และได้สร้างคุณค่าจากงานที่ทำ


ไม่ว่าเราจะได้รับโอกาสเป็นหัวหน้าในงานไหน ในโรงงาน ห้องยาโรงพยาบาล หัวหน้าแผนก หรือผู้บริหารธุรกิจส่วนตัว เมื่อเป็นหัวหน้าเภสัชแล้วจะทำงานกับคนรุ่นใหม่อย่างไรดี? เราควรต้องรู้จัก 4 พื้นที่ความสัมพันธ์ในการทำงาน ที่ตอบโจทย์การทำงานกับคนรุ่นใหม่ พัฒนาทีม พัฒนาคน และพัฒนางาน



         Loop organization / Holacracy เป็นรูปแบบองค์กรที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไว เพราะเรามองผู้ร่วมงานและสมาชิกในทีมทุกคนเป็นเหมือนเซนเซอร์ที่ช่วยรับรู้การเปลี่ยนแปลงและตอบสนองต่อสถานการณ์ สิ่งสำคัญของรูปแบบองค์กรลักษณะนี้ คือ บทบาท (Role) และ พื้นที่ในการทำงาน (Space/Context) ที่ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้ทุก ๆ คนสามารถพัฒนาตนเอง เป็นเจ้าของงาน และส่งผลต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องขององค์กร



         4 พื้นที่ความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันตามแบบของ Loop organization ได้แก่


1. Operational Space พื้นที่ของการคุยกันเรื่องภาระงาน งานที่กำลังดำเนินการ

· พื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญในการทำงาน

· พื้นที่สำหรับอภิปรายพูดคุยกันเรื่องงาน/ภารกิจ/โปรเจกต์ที่ได้รับมอบหมาย

· คุยกันเมื่อจำเป็นต่อการทำงาน

· อาจจะคุยสั้น แต่คุยบ่อยๆเพื่อให้งานเคลื่อนไปได้ไว แต่ยังอยู่ในทิศทางเดียวกัน (align)

· หากเป็นการประชุมที่เป็นทางการหรือทำเพื่อเป็นพิธีกรรม ให้ใช้เวลาน้อยกว่า 5% ของเวลาทำงานทั้งหมด เพราะการประชุมเหล่านั้นสำคัญในการพัฒนาองค์กรในภาพรวม แต่มักไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าของงานที่กำลังดำเนินการ หรือ โปรเจกต์ย่อยที่แต่ละคนกำลังดำเนินการและดึงเวลาคนทำงานจากงานที่ทำอยู่


2. Governance Space / Role Space

· งาน 95% จะถูกสนับสนุน ผลักดัน และดำเนินการที่พื้นที่นี้

· พื้นที่ของการพูดคุยเพื่อกำหนดและปรับบทบาท (Define and Refine Role) คุยกันเรื่องของอำนาจในการตัดสินใจ (Authority) ความรับผิดชอบ (Accountability) และ ความสัมพันธ์ระหว่างบทบาท (Role Relationship)

· บทบาท (Role) ไม่ใช่ งาน (Job) Role จะปรากฏขึ้น และ หายไป ตอบสนองตามสถานการณ์ ถูกกำหนดขึ้นจากงานที่ต้องทำ ปัญหาที่เกิดขึ้น หรือจุดที่ยังสามารถพัฒนาแก้ไขให้ดีขึ้นได้อีกขององค์กร (tension)

· การกำหนด Role ที่ชัดเจนและมาพร้อมกับอำนาจตัดสินใจ จะทำให้เมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น จะปรากฏผู้นำและผู้ตามโดยอัตโนมัติ ตอบสนองได้ไว


3. Individual Space / Personal Space

· พื้นที่ของการคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องของการพัฒนาตัวเอง (Self-Development)

· เป็นพื้นที่ที่ปราศจากอำนาจควบคุมขององค์กร

· แต่ละคนมีอิสระในพื้นที่นี้ในการตัดสินใจจะเข้าไปเรียนรู้ ช่วยเหลือ หรือไม่เข้าร่วมก็ได้ เพราะบทบาทถูกกำหนดชัดเจนแล้วผ่าน Role


4. Tribe Space

· พื้นที่ของความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในทีม

· การพูดคุยไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับองค์กร และไม่มีเรื่องของตำแหน่งอำนาจในองค์กรมาเกี่ยวข้อง

· พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยน แบ่งปันความสนใจ บริบทชีวิตของสมาชิกในทีม

· มีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับการก่อเกิดวัฒนธรรมของทีมและองค์กร


ค่อย ๆ ขยับปรับทีม ปรับรูปแบบการทำงานให้มีพื้นที่ 4 รูปแบบนี้อย่างสมดุล จะทำให้เราได้ผู้นำใหม่ ๆ เกิดขึ้นในองค์กร ตามความถนัดและความสามารถของแต่ละคนที่แท้จริง และองค์กรจะกลายเป็นที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ไว พัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง


/ThaiYPGrow x Catapharcist


เขียนมาแบ่งปันเรื่องราวดีๆ และติดตามบทความ #เภสัชพัฒนางาน #เภสัชพัฒนาคน #เภสัชพัฒนาตนเอง ได้ที่แฟนเพจ Thaiypgrow We Grow Together, Thai Pharmacist | twitter @thaiypgrow และเว็บไซต์ www.thaiypgrow.com


Reference

Klein, Sebastian & Hughes, Ben, 2020. "The Loop Approach," University of Chicago Press Economics Books, University of Chicago Press, number 9783593511207, July.

แชร์ให้โลกได้รู้